Author: ทีมงานความสุขประเทศไทย

โรงเรียนพระหฤทัยคอนแวนต์ จัดกิจกรรม “SHC We Always Listen to You” เปิดลานกลางโรงเรียนให้รุ่นพี่ฟังรุ่นน้อง เปิดไพ่ Happiness Discovery สำรวจความสุขด้วยกัน จัดเมื่อ 26 พ.ย. 67

สำนักพิมพ์สวนเงินมีมา จัดกิจกรรมชวนคุยหนังสือ “ว่าด้วยสุนทรียสนทนา” ของเดวิด โบห์ม พร้อมเปิดประสบการณ์ชวนผู้ร่วมงาน พูดคุยและฟังกันแบบสุนทรียสนทนา เมื่อ 17 พ.ย. 67

โรงเรียนพระหฤทัยคอนแวนต์ นำตัวแทนนักเรียน จัดกิจกรรม “ฟังสร้างสุขรอบโรงเรียน” ลงพื้นที่รอบโรงเรียนเพื่อทำความรู้จัก รับฟังสารทุกข์สุกดิบของผู้คนที่ใช้ชีวิตในชุมชน จัดเมื่อ 12 พ.ย. 67

ศูนย์จิตตปัญญาศึกษา มหาวิทยาลัยมหิดล ลงพื้นที่รับฟังกลุ่มเปราะบางในชุมชน 3 แห่งที่ประสบภัยน้ำท่วม และบ้านพักพิงของคนไร้บ้าน ”บ้านเตื่อมฝัน“ เมื่อ 5-7 พ.ย. 67

ศูนย์จิตตปัญญาศึกษา มหาวิทยาลัยมหิดล จัดกิจกรรมฟื้นฟูเยียวยาใจครูและนักเรียนหลังอุทกภัย ณ โรงเรียนบ้านเหมืองแดง และโรงเรียนบ้านไม้ลุงขน อ.แม่สาย จ.เชียงราย เมื่อ 10 พ.ย. 67

อาสาสมัครเพื่อนรับฟังของชุมชนกรุณาลำปาง จัดกิจกรรมรับฟังเพื่อดูแลใจ ผู้ป่วยเด็ก ผู้ดูแล และบุคลากรสุขภาพ ณ กลุ่มงานกุมารเวชกรรม รพ.ลำปาง เมื่อ 7 พ.ย. 67

กลุ่มอาจารย์แพทย์ CPIRD Resilience Advisors จัดพื้นที่รับฟัง “ฟังใจ คนสาย Health Care” สำหรับบุคลากรทางการแพทย์ ในรูปแบบออนไลน์ ในวันที่ 21 พ.ย. 67 ทาง Zoom

งานกิจการนักศึกษา สำนักวิชาแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง เปิดพื้นที่รับฟังนักศึกษาแพทย์และสาขาอื่นๆ ผ่านการเปิดไพ่ ในกิจกรรม “ฟังเสียงใจ เปิดไพ่ คุยกัน” ในวันที่ 15 พ.ย. 67 ทาง Zoom

ไทยพีบีเอส ร่วมกับมูลนิธิหมู่บ้านพลัมประเทศไทย และธนาคารจิตอาสา จัดเวิร์กชอป The Art of Communicating รับฟังเสียงในใจของพี่น้องสื่อมวลชน ในวันที่ 22 พ.ย. 67

กลุ่มงานทันตกรรม โรงพยาบาลหางดง และศูนย์สุขภาพชุมชนหางดง จ.เชียงใหม่ จัดอบรมการฟังด้วยหัวใจ ให้กับ อสม. ผู้ดูแลผู้ป่วย และบุคคลทั่วไป ในวันที่ 1 และ 5 พ.ย. 67
Listenian Space
พื้นที่รับฟังโดยอาสารับฟัง สำหรับคนที่อยากคุย อยากเล่า อยากระบาย อยากมีประสบการณ์ฟังที่ดี
พฤศจิกายน 2026
ไม่มีกิจกรรม
ความเหงา ลดระยะห่าง ทำให้เข้าใกล้กันมากขึ้น
การฟังอย่างลึกซึ้งเป็นสิ่งที่จะช่วยให้ผู้คนได้พูดในสิ่งที่เขาไม่เคยกล้าเอ่ยออกมา เป็นโอกาสพิเศษอันล้ำค่าที่เราจะได้รับฟัง — บุคคลผู้มีความสามารถที่จะฟังอย่างลึกซึ้งจะช่วยแบ่งเบาความทุกข์ของผู้คนลงได้
ติช นัท ฮันห์
Answers from the Heart
โดยทั่วไป เรามักคุ้นเคยกับการเป็นผู้พูดและเป็นผู้ฟัง คุ้นเคยกับการตอบโต้และแสดงปฏิกริยาโดยอัตโนมัติ ตกอยู่ในร่องของความเคยชิน แต่นั้นไม่ใช่การฟังอย่างลึกซึ้ง (Deep Listening)
การฟังอย่างลึกซึ้งเป็นรูปธรรมที่แสดงให้อีกฝ่ายเห็นอย่างชัดเจนว่า เขาเป็นคนมีคุณค่า มีความสำคัญ เพราะในขณะที่ฟังเรากำลังให้เวลากับเขาอย่างแท้จริง การฟังอย่างลึกซึ้งอาศัยองค์ประกอบ 3 ประการ คือ
- การอยู่กับคนตรงหน้า 100%
- การเท่าทันความคิดหรือเสียงในหัว
- การรับรู้-ใส่ใจความรู้สึกของผู้พูด
ในขณะที่ฟังอย่างลึกซึ้งโดยอาศัย 3 องค์ประกอบนี้เป็นพื้นฐาน เราจะไม่ทำงานไปด้วยฟังไปด้วย เราจะหยุดภารกิจทุกอย่างแล้วฟังอย่างตั้งใจ ให้เวลา ณ ขณะนั้นเพื่อฟังอย่างแท้จริง แม้ว่าเราอาจจะมีความคิดต่าง เห็นต่าง ไม่เชื่อ สงสัย เราก็จะยังคงนิ่งฟังต่อไปโดยไม่ขัดจังหวะ ไม่โต้แย้ง ด้วยความตระหนักในคุณค่าและใส่ใจคนที่อยู่ตรงหน้าอย่างเต็มที่ เราจะเริ่มรับรู้อารมณ์ ความรู้สึก และความเป็นมนุษย์ของเขา นี่คือประตูที่จะเชื่อมความเป็นมนุษย์ของเราเข้าหากัน
การอยู่กับคนตรงหน้า 100 %

ในขณะที่ฟัง คนตรงหน้าคือผู้ที่สำคัญที่สุดสำหรับเรา ณ ขณะนั้น เราจะวางจากภาระกิจจากทุกสิ่งทุกอย่าง และอุทิศเวลาทั้งหมดของเรา ณ ขณะนั้นเพื่ออยู่กับคนตรงหน้าเพื่อฟัง ฟังเสียง ฟังคำพูด ฟังท่าทาง และอาจจะฟังความเงียบของเขาด้วย
การเตรียมตัว – สิ่งที่ควรทำ
- เตรียมพื้นที่ภายในใจ ให้มีที่ว่าง โล่ง พร้อมที่จะฟังทุกสิ่งทุกอย่างจากคนตรงหน้า
- วางภารกิจทุกอย่างในช่วงเวลาของการฟังอย่างลึกซึ้ง เช่น ไม่ฟังไปด้วยขับรถไปด้วย หรือฟังไปกินข้าวไป หรือไม่เช็คอีเมล เช็คไลน์ ตอบไลน์ ไม่เปิดคอมพ์พิวเตอร์ ไม่รับโทรศัพท์ ฯลฯ ขอให้ช่วงเวลานั้นเป็นเวลาของการฟังอย่างแท้จริง
- ฟังให้จบโดยไม่พูดแทรก ไม่ขัดจังหวะ ไม่ซักถามในรายละเอียด รวมถึงไม่กระตุ้นเร้าตามความอยากรู้ของตัวเรา
- สังเกตสีหน้า แววตา กริยาท่าทางของผู้พูด สบตา ความรับรู้การดำรงอยู่ของคนตรงหน้า
- ยอมรับทุกปฏิกิริยาที่เกิดขึ้นของผู้พูด ไม่ห้าม ไม่ปฏิเสธ ไม่ขัดจังหวะ เช่น ความเงียบ น้ำตา และทุกความรู้สึก
การเท่าทันความคิดหรือเสียงในหัว
อุปสรรคใหญ่ของการเป็นผู้ฟังที่ดีก็คือ ความคิดหรือเสียงในหัวของเรา (ผู้ฟัง) ความคิด หรือเสียงในหัวนี้เองที่เป็นแรงผลักดันให้เราพูดแทรก ขัดจังหวะ ถาม หรือพยายามที่จะ ‘ให้ข้อเท็จจริง’ — ซึ่งสิ่งเหล่านี้เป็นเครื่องกีดขวางการฟังของเรา ทำให้ไม่สามารถทำให้ฟังได้อย่างตลอดรอดฝั่ง ขอให้เราตระหนักเสมอว่า ในขณะฟัง เราฟังเพื่อฟังเท่านั้น

เสียงในหัว เกิดขึ้นตอนไหน และจะทำอย่างไรดี
- เมื่อเรื่องที่เรากำลังฟังอยู่นั้นขัดกับทัศนคติพื้นฐานของเรา ขัดกับความคิด ความเชื่อของเรา ทั้งเรื่องแบบ “ควรจะ” หรือ “ไม่ควรจะ” เช่น เมื่อลูกฟังแม่ซึ่งเป็นผู้สูงอายุปรับทุกข์เรื่องอาหารการกิน หรือ เมื่อแม่ฟังลูกวัยรุ่นคุยถึงชีวิตติดเทรนด์ฯลฯ เราจะมีความรู้สึกหรือเผลอคัดค้าน เถียง สั่งสอน จนหลุดออกจากการเป็นผู้ฟัง
- เมื่อเรื่องที่กำลังฟังอยู่นั้นขัดกับข้อเท็จจริงที่เรารับรู้มา ทำให้เราอยากจะแก้ไข แก้ต่าง หรือให้ข้อมูลใหม่ เราจะหลุดออกจากการฟัง แต่จะพยายามเรียบเรียงความคิด พยายามที่จะหาช่องว่าง หาช่องทางเพื่ออธิบาย — ในตอนนั้นเราไม่ได้เป็นอยู่กับคนตรงหน้าเต็มที่ หลุดออกจากการเป็นผู้ฟัง
- เมื่อเรื่องที่กำลังฟังนั้นเป็นเรื่องที่ตรงกับความคิด ความเชื่อ ตรงกับประสบการณ์ของเรา หรือเป็นข้อมูลที่มาจากครูบาอาจารย์ ผู้มีชื่อเสียงที่น่าเชื่อถือ เราจะรู้สึกคล้อยตาม อินไปด้วย จนอาจจะผสมโรงไปด้วยราวกับว่าเรื่องของเขาก็คือเรื่องของเราเช่นกัน
- เมื่อเราเป็นผู้เชี่ยวชาญหรือมีประสบการณ์ตรงในเรื่องที่กำลังฟัง เช่น นักสิทธิมนุษยชนนั่งฟังเจ้าของโรงงาน เมื่อครูนั่งฟังผู้ต้องขัง
วิธีการสร้างความเท่าทัน และ รับมือกับความคิดหรือเสียงในหัว
- ความคิด หรือเสียงในหัวนี้ เป็นกระบวนการที่เกิดขึ้นเร็วมาก ห้ามไม่ได้ ไม่ต้องสู้กับความคิด ห้ามความคิด ให้กลับมาตระหนัก รับรู้ว่ามีความคิดเกิดขึ้น แล้วกลับมาอยู่กับคนตรงหน้า
- บางครั้งเราสังเกตความคิดไม่ทัน แต่ถ้ารับรู้ได้ว่า เราเม้มปาก เบือนหน้าหนี ขยับตัวออก ส่ายหน้า หรือ การโน้มตัวไปข้างหน้า ขยับตัวยุกยิก นั่งไม่ติด ฯลฯ สิ่งเหล่านี้เป็นสัญญาณว่า มีความคิดที่เข้มข้นเกิดขึ้นในตัวของเรา อาจจะไม่เห็นด้วยอย่างมาก หรือกำลังเห็นด้วยอย่างมาก ขอให้กลับมาหายใจลึกๆ บอกตัวเองว่าเรากำลังอยู่ในการฟังอย่างลึกซึ้ง สิ่งที่เรากำลังใจที่จะทำในตอนนี้คือการเป็นผู้ฟังที่ดี ฟังอย่างลึกซึ้ง เรื่องอื่นๆ ขอให้ทำหลังจากนี้ ขณะนี้ฟังเพื่อฟังเท่านั้น
- หากรู้สึกว่าฟังต่อไปไม่ไหวแล้วจริงๆ ขอให้ส่งสัญญาณกับผู้พูด ขอเวลานอกเพื่อพักการฟัง ให้เวลาตัวเองได้พักสักครู่ ดื่มน้ำ หรือเข้าห้องน้ำ แล้วจึงกลับมาฟังใหม่ หรือนัดเวลาเพื่อฟังครั้งต่อไป
การรับรู้-ใส่ใจความรู้สึกของผู้พูด

งานวิจัยของ Professor Albert Mehrabian มหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนีย บอกกับพวกเราว่า ถ้อยคำเป็นเพียง 7% เท่านั้นของเนื้อหาทั้งหมดที่ผู้พูดอยากบอก เนื้อหาอีก 93% ไม่ได้อยู่ในคำพูด ! ดังนั้น ผู้ฟังที่ดีจึงต้องฟังทั้งสิ่งที่เป็นคำพูด และสิ่งที่ไม่ได้พูดออกมาเช่น ความเงียบ น้ำตา ความนิ่ง อั้น น้ำเสียง โทนเสียง แววตา สีหน้า กิริยาท่าทาง — สิ่งเหล่านี้กำลังบอกว่า ผู้พูดกำลังรู้สึกอะไร ซึ่งบางครั้ง ถ้อยคำที่พูด กับความรู้สึกที่ผ่านออกมาอาจจะไม่ได้เป็นไปในทิศทางเดียวกันก็ได้ เช่น “เปล่า ไม่ได้งอน” หรือ “สบายดี ไม่มีอะไร”
วิธีสังเกตและรับรู้ความรู้สึกของผู้พูด
- เมื่อเกิดภาวะนิ่ง เงียบ dead air เกิดขึ้น ขอให้ฟังความเงียบนั้นและยังคงรักษาการดำรงอยู่ด้วยกันอย่างเต็มร้อย การที่อีกฝ่ายไม่มีคำพูดนั่นไม่ได้แปลว่า “ไม่มีอะไร” — เมื่อมีเสียงหัวเราะเกิดขึ้นในการฟัง พวกเราไม่ตกใจ รู้สึกว่านั่นเป็นเรื่องปกติ ดังนั้น หากมีน้ำตาเกิดขึ้นในการฟังก็ขอให้เราปฏิบัติเช่นเดียวกัน คือ น้ำตาก็เป็นเรื่องปกติ ไม่ต้องพยายามทำให้เขาหยุดร้องไห้ ไม่ต้องพยายามปลอบใจ เพียงแค่ดำรงอยู่อย่างเต็มร้อย สักพักอารมณ์จะค่อยๆ จางและบรรเทาลง แล้วการฟังก็จะดำเนินต่อไปตามปกติ
วิธีสะท้อนความรู้สึกและให้ความเข้าใจ
- เมื่อผู้พูดพูดจบแล้ว (ฟังจนจบแล้วจริงๆ) ผู้ฟังสามารถที่สะท้อนความรู้สึกที่ซ่อนอยู่ในเรื่องราวของผู้พูดได้เช่น “คุณรู้สึกเหนื่อยใช่ไหมที่ออกไปทำงานทั้งวันและยังต้องกลับมาทำงานบ้านอีก” หรือ “แม่คงรู้สึกกังวลที่จะไปหาหมอ และแม่อยากให้ครอบครัวเดือดร้อนเพราะแม่ใช่ไหมคะ” — การสะท้อนแบบนี้คือการให้ความเข้าใจในชุดความรู้เรื่อง การสื่อสารอย่างสันติ* ขอให้ตัวเรา (ผู้รับฟัง) ตระหนักเสมอว่า ความรู้สึกที่เกิดขึ้นในเรื่องราวเป็นความรู้สึกของเจ้าของเรื่อง เราเป็นเพียงผู้สังเกตและสะท้อนเท่านั้น
*การสื่อสารอย่างสันติ (Nonviolence Communication – NVC) ให้ความสำคัญต่อการฟังเป็นลำดับแรก ฟังให้ได้ยินความรู้สึก แล้วจากนั้นก็จะได้ยินความต้องการที่ซ่อนอยู่ลึกลงไป เมื่อได้ยินทั้งความรู้สึกและความต้องการแล้ว ก็จะสามารถให้ความเข้าใจอีกฝ่ายหนึ่งได้ นี่คือกระบวนการแปรเปลี่ยนความขัดแย้งที่สันติอาสาฝึกและใช้เป็นทักษะในการทำงานเพื่อคลี่คลายความขัดแย้ง
สรุป
นี่คือ องค์ประกอบพื้นฐาน 3 ประการของการฟังอย่างลึกซึ้ง (Deep Listening) ซึ่งทุกคนสามารถเรียนรู้และฝึกได้ในชีวิตประจำวัน นอกจากการฟังเพื่อสร้างความสัมพันธ์ ฟื้นฟูความใกล้ชิดสนิทสนม และช่วยบรรเทาความทุกข์แล้ว การฟังยังเป็นรากฐานของการกลับมารู้จักตนเอง เข้าใจตนเอง และพัฒนาตนเองไปสู่ศักยภาพสูงสุดในการเป็นมนุษย์
ขอเชิญลองเรียนรู้และฝึกด้วยตนเองผ่านบทเรียนออนไลน์โดยกดที่รูปด้านล่างนี้

ตัวอย่างเรื่องราวของผู้ที่ได้ประโยชน์และเกิดการเปลี่ยนแปลงเนื่องจากการฟัง
คุณแม่ยุคดิจิตอล

คลับที่ยอมรับความหลากหลาย

ฉันคนใหม่ เมื่อได้รู้ความต้องการ

ฟังเป็น เข้าใจ ‘ฅน’

ถังพลังงานของมนุษย์

หมอฟังคนไข้ คนไข้ฟังหมอ

Listenian Class
เวิร์กช็อปเรียนรู้การฟังด้วยหัวใจ สำหรับคนที่อยากยกศักยภาพ เพิ่มทักษะ มีความสัมพันธ์ที่ดี มีงานที่มีประสิทธิภาพ
พฤศจิกายน 2024
จะเป็นยังไงเมื่อแม่ต้องมา “ฟัง” ลูกขอเปิดใจเป็นครั้งแรกว่า ตัวเองเป็นเกย์
จะเป็นยังไงเมื่อสามีภรรยาที่แยกกันอยู่ ได้กลับมา “ฟัง” ความในใจของกันและกัน
จะเป็นอย่างไรเมื่อคู่รักที่กำลังจะเลิกกัน มาเปิดใจ “ฟัง” กันเป็นครั้งแรก
เพื่อนร่วมงานที่ไม่คุยกันมา 7 ปี จะคืนดีกันได้ไหม ไปดูกัน
#ฟังด้วยหัวใจ #ฟังเสียงเพื่อนซึมเศร้า
ฟังเปลี่ยนชีวิต
สังคมไทยและโลกกำลังเผชิญปัญหาความสัมพันธ์ มีช่องว่างระหว่างวัย ความขัดแย้งในความเห็นต่าง โดยเฉพาะความเหงาและความโดดเดี่ยว งานวิจัยพบว่า 1 วันที่เหงาและโดดเดี่ยว มีอันตรายต่อสุขภาพเทียบเท่าการสูบบุหรี่วันละ 15 มวนหรือดื่มแอลกอฮอล์วันละ 6 แก้ว
เพื่อร่วมแก้ปัญหานี้ หลายประเทศรวมถึงองค์กรระหว่างประเทศ ได้ประกาศวันสำคัญว่าด้วยความสัมพันธ์ในเดือนพฤศจิกายน เช่น World Kindness Day, International Day of Tolerance หรือ National Day of Listening ของสหรัฐอเมริกา
ตั้งแต่ปี 2567 นี้เป็นต้นไป ไทยขอเป็นผู้นำ ชวนสังคมใช้การฟังด้วยหัวใจ ดูแลความสัมพันธ์ ลดความเหงาและความโดดเดี่ยว ด้วยแคมเปญ
เดือนการฟังแห่งชาติ
เดือนการฟังแห่งชาติ (National Month of Listening: NMoL) เป็นแคมเปญการฟังระดับชาติที่จัดทั้งเดือนเป็นครั้งแรกของไทยและครั้งแรกของโลก มีเป้าหมายเพื่อจุดประกายสังคมให้เห็นความสำคัญ และร่วมกันสร้างวัฒนธรรมการฟังให้เกิดขึ้น
แคมเปญนี้จัดโดย ธนาคารจิตอาสาและความสุขประเทศไทย ในโครงการสัมพันธ์เชื่อมโยงชีวิตเพื่อพัฒนาจิตและสุขภาพ ด้วยการสนับสนุนของสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ร่วมกับเครือข่ายภาคีงานสร้างเสริมสุขภาวะทางปัญญาอีกหลากหลายองค์กร
กิจกรรมเดือนการฟัง พฤศจิกายน 2564












