กิจกรรมร่วมกันในแคมเปญเดือนการฟังแห่งชาติ
ในเดือนพฤศจิกายน 2568 มีองค์กรและหน่วยงานถึง 175 แห่ง ร่วมกันสื่อสารและจัดกิจกรรมรับฟังหลากหลายรูปแบบ ทั้งในสถานที่ทำงาน สถานศึกษา สถานพยาบาล มูลนิธิและชุมชน โดยมีแนวทางที่ทุกองค์กรใช้ร่วมกันเพื่อสร้างสรรค์ขึ้นในเดือนการฟังแห่งชาติ ดังนี้

สถานที่ทำงาน
ไม่ว่าจะหน่วยงานภาคราชการและเอกชน ในวาระเดือนการฟังแห่งชาตินี้ ได้ร่วมกันจัดกิจกรรมการฟังเพื่อสร้างความสัมพันธ์และวัฒนธรรมขององค์กร ทั้งภายในองค์กรและงานช่วยเหลือผู้อื่น ดังนี้
- สื่อสารวัฒนธรรมการฟัง
- สื่อสารบน Social media ขององค์กร ด้วยสื่อจากเรา และร่วมแบ่งปันเรื่องราวว่าการฟังสำคัญกับงานของคุณ และความสุขของคนในองค์กรคุณอย่างไร พร้อมติด hashtag #ทุกปัญหาดีขึ้นได้ด้วยการฟัง
- ประชาสัมพันธ์เดือนการฟังแห่งชาติให้กับพนักงานของคุณ พร้อมทั้งให้แหล่งความรู้พัฒนาทักษะการฟังที่พนักงานสามารถเข้าถึงได้
- พัฒนาทักษะบุคลากร : ส่งเสริมกิจกรรมที่พนักงานได้พัฒนาทักษะการฟังหรือมีโอกาสรับฟังกันมากขึ้น
- จัด training พัฒนา soft skills เรื่องทักษะการฟังให้กับพนักงาน
- ส่งเสริมให้มีการ check-in แบ่งปันสภาพกายใจภายในทีมสั้นๆ ก่อนเริ่มประชุม
- จัด town hall meeting ที่ผู้บริหารได้รับฟังพนักงานอย่างจริงจัง
- แบ่งเวลาอย่างน้อย 1 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ จัดกิจกรรมให้พนักงานรู้จักกันข้ามแผนกและฝึก deep talk ต่อกัน
- จัดกิจกรรม empathy hour ให้พนักงานได้บอกเล่า struggle ในการทำงานและให้กำลังใจซึ่งกันและกัน
- อาสาไปฟัง
- จัด outreach day ให้พนักงานออกไปทำความรู้จักและรับฟังคนในชุมชนรอบที่ทำงาน
- ผนวกกิจกรรมที่ใช้การฟัง เช่่น check-in เข้าไปในกิจกรรม CSR ขององค์กร
- ส่งเสริมให้พนักงานไปเป็นอาสาสมัครกับองค์กรเพื่อสังคมที่ทำงานด้วยการรับฟัง เช่น I SEE U, เครือข่ายพุทธิกา, มูลนิธิกระจกเงา ฯลฯ

สถานศึกษา
สถาบันการศึกษาในทุกระดับ สามารถสร้างความเข้าอกเข้าใจกันทั้งระหว่างนักเรียน นักศึกษา ครูอาจารย์และบุคลากร ร่วมกันทำให้สถานศึกษาเป็นพื้นที่ปลอดภัยทางจิตใจของทุกคน ดังนี้
- ร่วมสื่อสารในวาระเดือนการฟังแห่งชาติ
- ติดโปสเตอร์ประชาสัมพันธ์แคมเปญภายในสถานศึกษา
- ห้องสมุดประชาสัมพันธ์หนังสือที่เกี่ยวกับการรับฟัง และการสื่อสารเพื่อดูแลความสัมพันธ์ เป็นหนังสือน่าอ่านประจำเดือน
- สื่อสารบน social media ของสถานศึกษา แบ่งปันโครงการหรือกิจกรรมที่ส่งเสริมการรับฟังในสถานศึกษา หรือเรื่องราวการรับฟังของนักเรียน ครู หรือผู้ปกครอง พร้อมติด hashtag #ทุกปัญหาดีขึ้นได้ด้วยการฟัง
- ส่งเสริมการฟังทั้งในและนอกชั้นเรียน เช่น
- จัดอบรมพัฒนาศักยภาพเรื่องการฟังให้กับครู อาจารย์ และบุคลากรสายสนับสนุน
- จัดกิจกรรม เพื่อนฟังเพื่อน หรือพี่ฟังน้อง ให้นักเรียนหรือนักศึกษาได้พูดคุยแบบ deep talk แบ่งปันความสุขและความทุกข์ให้ผู้อื่นรับฟัง จะจับคู่หรือฟังกันเป็นกลุ่มก็ได้
- ทำกิจกรรมฝึกฟัง เช่น Listenian Card ในคาบแนะแนว
- สอนเรื่องความเหงาและความสำคัญของการมีความสัมพันธ์ที่ดี ในคาบสุขศึกษา
- ตั้ง friendship bench หรือม้านั่งมีหู ที่ใครก็ตามที่มานั่ง จะมีคนมาพูดคุยและรับฟังอย่างไม่ตัดสินเสมอ
- จัดตั้งกิจกรรม “ชั่วโมงฮีลใจครู” ให้ครู/อาจารย์ได้แบ่งปันความสุขและเล่าระบายความทุกข์โดยมีเพื่อนบุคลากรรับฟังอย่างไม่ตัดสิน
- ส่งเสริมให้นักเรียนและอาจารย์ไปดูแลสังคมด้วยการฟัง
- จัดกิจกรรมให้นักเรียนและอาจารย์ออกไปทำความรู้จักและรับฟังชุมชนรอบที่ทำงาน
- ผนวกกิจกรรมกลุ่มสัมพันธ์ที่ได้รับฟังกัน ในกิจกรรมจิตอาสาที่จัดอยู่แล้ว

สถานพยาบาล
โรงพยาบาลขนาดใหญ่หรือเล็กต่างได้ร่วมวาระเดือนการฟังแห่งชาติ ไม่ว่าจะทำให้การฟังเป็นประตูสู่การลดปัญหาความเครียด ความเข้าอกเข้าใจกัน และความเป็นไปได้ใหม่ๆ ดังนี้
- รณรงค์เรื่องการฟัง เช่น
- ประชาสัมพันธ์เดือนการฟังแห่งชาติภายในสถานพยาบาล ด้วยการติดโปสเตอร์และส่งข่าวภายในองค์กร
- สื่อสารบน social media ขององค์กร ด้วยสื่อจากเคมเปญ หรือร่วมแบ่งปันเรื่องราวเกี่ยวกับการฟังที่สร้างแรงบันดาลใจบน social media พร้อมติด hashtag #ทุกปัญหาดีขึ้นได้ด้วยการฟัง
- สร้างพื้นที่รับฟังในสถานพยาบาล เช่น
- จัดอบรมทักษะ active listening ให้กับบุคลากรเพื่อเพิ่มความสามารถในการรับฟังและเข้าถึงใจผู้มารับบริการ
- จัดเคมเปญ “All Eyes, All Ears” รณรงค์ให้มี 1 วันต่อสัปดาห์ที่เวลาตรวจผู้ป่วยนอก แพทย์จะตั้งใจรับฟังและสบตาคนไข้ทุกคน เพื่อสัมผัสความรู้สึก แม้จะเป็นเวลาสั้นๆ ก็ตาม
- จัดให้มีอาสาสมัครในโรงพยาบาลที่เน้นให้ความช่วยเหลือและรับฟังผู้ป่วยที่โดดเดี่ยวไม่มีญาติ
- จัดมุมรับฟังที่ผู้ป่วยหรือญาติที่มีความทุกข์ใจ สามารถมาพูดคุยและระบาย โดยอาสาสมัครรับฟังอย่างไม่ตัดสิน
- รับฟังดูแลใจบุคลากร
- ส่งเสริมให้แต่ละหน่วยงานมีการ check-in บอกสภาวะกาย-ใจ และรับฟังความเป็นไปของกันและกันสั้นๆ ก่อนเริ่มงานในตอนเช้า
- รณรงค์ให้มื้อเที่ยงเป็นมื้อแห่งการรับฟัง ส่งเสริมให้บุคลากรพูดคุยรับฟังกันระหว่างอาหารเที่ยง โดยไม่ทำอย่างอื่นไปด้วย
- จัดกิจกรรมให้บุคลากรได้พูดคุยและระบายความเหนื่อยล้าในการทำงาน พร้อมทั้งรับฟังและให้ความช่วยเหลือซึ่งกันและกัน

มูลนิธิ/ชุมชน
องค์กรภาคสังคม NGO ชุมชน กลุ่มหรือเครือข่ายอาสา ได้เข้าร่วมเดือนการฟังแห่งชาติโดยสอดคล้องตามความสนใจและภารกิจขององค์กร ดังนี้
- บอกเล่าประโยชน์ของการฟังที่ช่วยเหลือผู้คนได้ :
- ส่งสารผ่านช่องทางสื่อขององค์กร เพื่อให้ความรู้และความเข้าใจว่าการช่วยเหลือสังคมสามารถเริ่มได้จากการฟังปัญหาโดยไม่ตัดสิน ฟังเพื่อเข้าอกเข้าใจผู้อยู่ในปัญหา หากสื่อสารผ่าน social media ติด hashtag #ทุกปัญหาดีขึ้นได้ด้วยการฟัง
- ภารกิจการฟังเพื่อช่วยเหลือสังคม :
- จัดกิจกรรมอาสาสมัครซึ่งอาจเป็นงานที่องค์กรทำอยู่แล้ว เพียงจัดให้ช่วงต้นก่อนเริ่มและช่วงก่อนจบงานอาสา มีช่วงพูดคุย เกิดการรับฟังความคิดความรู้สึกของอาสาสมัคร
- สนับสนุนให้กลุ่มเป้าหมายขององค์กร เช่น ชุมชน เยาวชน ได้ล้อมวงสนทนากัน โดยได้การแนะนำและสนับสนุนแนวทางการรับฟังกันจากเจ้าหน้าที่องค์กร
- ดูแลหัวใจคนทำงานด้วยการฟัง :
- จัดกระบวนการเยียวยาใจเจ้าหน้าที่องค์กรด้วยกระบวนการสุนทรียสนทนา (Dialogue) หรือการสื่อสารอย่างสันติ (NVC)
- จัดกิจกรรมการฟังเพิ่มให้เป็นส่วนหนึ่งของการประชุม เช่น การเช็คอิน เพื่อรับรู้ความรู้สึกระหว่างเจ้าหน้าที่องค์กร หรือการชื่นชมขอบคุณกันก่อนเสร็จสิ้นการประชุม




